ลั่นทม (ลีลาวดี)



     ลั่นทม    

ชื่อวิทยาศาสตร์  Plumeria rubra L.
วงศ์ : Apocynaceae
ชื่อสามัญ : Temple tree , Pagoda tree , Frangipani 
ชื่ออื่น :  จงป่า (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี); จำปาขอม (ภาคใต้); จำปาขาว (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ); จำปาลาว (ภาคเหนือ); ลั่นทม (ภาคกลาง)มีถิ่นกำเนิดแถบอเมริกากลาง ออกดอกตลอดปีประโยชน์ : เปลือกราก เป็นยาถ่ายอย่างแรง เปลือกต้น มีสารจำพวก iridoid คือ fulvoplumierin ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคเอดส์ในหลอดทดลอง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : 
ลำต้น : ไม้พุ่ม สูง 3-6 เมตร ทุกส่วนมียางสีขาว 

ลำต้น
ใบ : ใบเดี่ยวออกเวียนสลับถี่บริเวณปลายกิ่งรูปใบหอกหรือใบหอกกลับกว้าง 5-10 เซนติเมตร ยาว 12-30 เซนติเมตร ปลายและโคนแหลม

ใบ
ดอก : มีหลายสีตั้งแต่สีขาว สีส้ม ชมพูเข้ม จนถึงแดงเข้ม กลางดอกสีเหลือง หรือมีแถบสีเหลือง ด้านนอกมักมีสีชมพู มีกลิ่นหอมออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบดอกโคนเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ซ้อนเหลื่อมกัน ปลายกลีบแหลมหรือมีติ่งแหลมเมื่อบานเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 เซนติเมตร เกสรตัวผู้ 5 อัน สั้น ผล เป็นฝักคู่ รูปยาวรี กว้าง 2-3  เซนติเมตร ยาวประมาณ  25  เซนติเมตร เมล็ด จำนวนมาก แบน มีปีก

ดอก

ประโยชน์ของต้นลีลาวดี

  1. ดอกลีลาวดีใช้ผสมกับพลู ทำเป็นยาแก้ไข้และไข้มาลาเรีย (ดอกลีลาวดี, เปลือกต้น)
  2. ช่วยรักษาไข้หวัด (ราก)
  3. ใช้ปรุงเป็นยาแก้ไอ (เนื้อไม้)
  4. ช่วยถ่ายเสมหะและโลหิต (ยางและแก่น)
  5. ช่วยขับเหงื่อ แก้ร้อนใน (ราก)
  1. ช่วยรักษาโรคหืดหอบ ด้วยการใช้ใบลีลาวดีแห้งนำมาชงกับน้ำร้อนดื่ม (ใบแห้ง)
  2. ยางจากต้นลีลาวดีใช้ผสมกับไม้จันทร์และการบูรทำเป็นยาแก้อาการปวดฟัน (ยางจากต้น)
  3. มีการนำมาใช้ปรุงเป็นยารักษาโรคลำไส้พิการของม้า (ต้น)
  4. ใช้ปรุงเป็นยาถ่าย (เนื้อไม้, ยางจากต้น, เปลือกราก, เปลือกต้น)
  5. ช่วยขับลมในกระเพาะ (เปลือกราก)
  6. ใช้เปลือกต้นผสมกับน้ำมันมะพร้าว มันเนย และข้าว ทำเป็นยาแก้ท้องเดิน(เปลือกต้น)
  7. ใช้เปลือกต้นผสมกับน้ำมันมะพร้าว มันเนย และข้าว ทำเป็นยาขับปัสสาวะ (เปลือกต้น)
  8. ฝักนำมาฝนเพื่อนำมาใช้ทาแก้ริดสีดวงทวารได้ (ฝัก)
  9. ช่วยขับระดู (เปลือกต้น)
  10. ช่วยในการขับพยาธิ (เนื้อไม้)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ต้นพวงคราม

ต้นงิ้ว

ต้นสัตบรรณ